เกาะติด IP Star ตอนนี้เป็นสัมปทานของใคร

มีข่าวน่าสนใจอีกชิ้น มาบอกเล่าให้ชาว adslthailand ได้ติดตามกัน  โดยติดตามผลการประชุม กทค. วันที่ 26 สิงหาคม 2556 เรื่องสัมปทาน IP Star และหลังหมดสัมปทานคลื่น 1800MHz คลื่นตกเป็นกรรมสิทธิ์คืนให้ใคร?

ipstar_on_space_low

รายงานผลวิเคราะห์จากคณะทำงาน ไอพีสตาร์ ชี้เบื้องต้นสัญญาสัมปทานเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงไอซีที งานนี้นำโดย พันเอก ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ  กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.)

ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม  (ประธาน กทค.) เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุม กทค. ครั้งที่ 30/2556 ได้ประชุมกันใน 2 วาระ ดังนี้

วาระที่ 1 เรื่อง IP Star

ที่ประชุม กทค. ได้รับรายงานจากคณะทำงานเพื่อศึกษาการประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสาร ไอพีสตาร์ ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งแต่งตั้งขึ้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อศึกษาการประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสาร ไอพีสตาร์ โดยได้รายงานผลการศึกษาวิเคราะห์เบื้องต้นทั้งในส่วนข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคม ตลอดจนประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทาง กทค. นำไปศึกษาและให้ความเห็นเข้าที่ประชุม เพื่อจะให้มติในทางใดทางหนึ่งต่อไป

คำถามที่มักจะถามกันในเรื่องสัมปทานก็คือ หมดสัมปทานแล้ว ทรัพย์สิน หรือคลื่น จะตกไปอยู่ที่ใคร โดยรายงานตามข้อเท็จจริง ได้ระบุว่า การดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อีกทั้งกระทรวงเทคโนโลยีสาระสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยังไม่ได้บอกเลิกเพิกถอนกรณีดาวเทียมไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ จึงทำให้ดาวเทียมไอพีสตาร์ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงไอซีที และยังบริการตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสัญญาดำเนินการซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทาน ซึ่งทางกระทรวงไอซีที อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษา จึงเป็นผลผูกพันโดยตรงตามคำพิพากษาดังกล่าว สรุปตอนนี้เจ้าของคือ กระทรวง ICT เพราะยังไม่มีการเพิกถอน ทั้งนี้ ในที่ประชุมกทค. ครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทางสำนักงาน กสทช. ไปดำเนินการติดตามเรื่องจากกระทรวงไอซีที ดังนั้นเมื่อกระทรวงไอซีที ดำเนินการใดๆ จึงจะแจ้งผลมาทาง สำนักงาน กสทช. ทราบ จากนั้น กสทช. และสำนักงาน กสทช. จึงจะพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาและประเด็นทางกฎหมาย

นายสุทธิพล  ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนความเห็นของคณะทำงานที่นายฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เป็นผู้แต่งตั้งขึ้นและสรุปความเห็นหลักๆ  โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องการแปลความคำพิพากษาของศาลฏีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ซึ่งในผลของคำพิพากษามีตอนที่กล่าวถึงการดำเนินการของดาวเทียมไอพีสตาร์ เราจึงได้ตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งจะต้องต้องมาพิจารณาบทบาทของ กสทช. ที่จะเข้ามากำกับดูแลเป็นอย่างไร จึงต้องมาดูผลของคำพิพากษาว่าเกี่ยวข้องอย่างไร จึงได้แยก คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กับคำพิพากษาของศาลฏีกา  ซึ่งถ้าเป็นกรณีคำวินิจัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลผูกพันกับองค์กร แต่กรณีนี้เป็นคำพิพากษาของศาลฏีกา ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้มีผลผูกพันกับองค์กร  ซึ่งกรณีนี้เป็นส่วนการฟ้องร้องขึ้นมา และเป็นส่วนของอัยการสูงสุดที่เป็นฝ่ายรัฐกับผู้ถูกกล่าวหาคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวก คณะทำงานได้วิเคราะห์ต่อไปว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องระหว่างผู้ให้และผู้รับสัญญาสัมปทาน ซึ่งสัญญาสัมปทานยังไม่สิ้นสุด จึงต้องพิจารณาว่าได้กระทำผิดสัญญาสัมปทานหรือไม่ และกระทรวงไอซีทีเคยยืนยันว่ายังไม่ได้ยกเลิกเพิกถอนสัญญาสัมปทาน เพราะฉะนั้นเมื่อสัญญาสัมปทานยังไม่สิ้นสุด คู่สัญญาจึงมีหน้าที่ และได้รับความคุ้มครองตามหลักรัฐธรรมนูญจนกว่าจะสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทาน และคู่สัญญาต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทาน  โดยกระทรวงไอซีทีมีการตั้งคณะทำงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ คาดว่าในการประชุมในสัปดาห์ต่อไป เมื่อที่ประชุมได้รับข้อมูลครบถ้วน ทางที่ประชุม กทค.จึงจะมีมติ ว่าจะเห็นชอบกับข้อเสนอของคณะทำงานของสำนักงาน กสทช. หรือไม่

อ่านข้อมูลต่อได้ที่  http://newsite.adslthailand.com/news/update-ip-star-sat-owner-1800-mhz/

ขอขอบคุณข้อมูลจาก @Yokekung